วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

SHUTTER SPEED

ลูกเล่นกับความเร็วชัตเตอร์


ความเร็วชัตเตอร์ไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ สามารถสร้างภาพได้หลากหลาย ปัญหาเกี่ยวกับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ คือมีโอกาสที่ภาพจะสั่นไหวสูง ดังนั้นจึงต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วย ในขณะที่การใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆไม่สามารถใช้ได้ในบางสภาพแสง เนื่องจากรูรับแสงกว้างไม่เพียงพอ ต่อไปนี้จะเป็นเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับความเร็วชัตเตอร์

การเคลื่อนไหวด้วยชัตเตอร์สูง


ชัตเตอร์ที่มีความเร็วสูงมากๆจะช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของวัตถุหรือตัวแบบนั้นได้ แต่อย่าลืมว่าเมื่อใดที่ใช้ความเร็วชัตเตอร์สูง จะต้องเปิดหน้ากล้องให้กว้างด้วย ความสัมพันธ์นี้อาจทำให้เกิดปัญหาสำหรับกล้องบางตัวโดยเฉพาะกล้องดิจิตอลคอมแพ็ค ที่แม้เปิดหน้ากล้องกว้างที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่พอสำหรับความเร็วชัตเตอร์สูงมากๆในสภาพแสงปกติ
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของตัวแบบไว้ แต่ค่าที่ใช้จะเป็นเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวแบบด้วย ถ้าหากตัวแบบเคลื่อนไหวไม่เร็วมาก ความเร็วชัตเตอร์ก็ไม่ต้องสูงตาม แต่ถ้าหากตัวแบบเคลื่อนที่เร็วมาก เช่น รถวิ่ง สัตว์กระโดด ก็ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ค่อนข้างสูง เช่น 1/250 วินาที เป็นต้น













การเคลื่อนไหวด้วยชัตเตอร์ต่ำ

ความเร็วชัตเตอร์ต่ำจะให้ผลตรงกันข้ามกับความเร็วชัตเตอร์สูง นั่นคือเมื่อถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำแล้ว จะทำให้เห็นลักษณะการเคลื่อนที่ของวัตถุ อาจเป็นเส้นหรือเงาเบลอๆ เสน่ห์ของการถ่ายภาพด้วยชัตเตอร์ต่ำนอกจากจะได้เห็นภาพเส้นทางการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นตัวแบบแล้วยังสามารถนำไปปรับใช้กับภาพอีกหลายลักษณะ เช่น ถ่ายภาพแสงไฟจากรถที่วิ่งตามท้องถนนต้องการคืน ภาพที่ต้องการให้ฉากหลังเบลอแบบมีการเคลื่อนไหว ส่วนตัวแบบนิ่ง เป็นต้น
สำหรับภาพนี้ ใช้ความเร็วชัตเตอร์ 1/8 วินาที รูรับแสง F/8.0 โดยการให้ตัวแบบอยู่นิ่งที่สุด และฉากหลังมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ภาพที่ได้คือฉากหลังจะเบลอแบบเคลื่อนไหว ส่วนตัวแบบจะชัดเจน


วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

จุดตัดเก้าช่อง


เป็นหนึ่งในกฏของการสร้าง composition...เกิดจากการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วนเท่าๆกัน ทั้งด้านดิ่งและด้านขนานเรียกว่า Rule of Thirds แล้วลากเส้นจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง กับจากบนลงล่าง ก็จะได้ออกมาเก้าช่อง และก็จะเกิดจุดตัดของเส้นทั้งหมดสี่จุดด้วยกัน ศิลปินทางด้านการวาดภาพจะแบ่ง canvas หรือกระดาษ เช่นนั้น และผู้ที่ถ่ายภาพก็จะแบ่งพื้นที่ในเฟรมเยี่ยงเดียวกัน เป็นกฏที่รู้จักกันดีมาเป็นร้อยปี และต่างก็จะพยายามที่จะวางจุดสนใจ หรือองค์ประกอบสำคัญในบริเวณที่ใกล้เคียงกับจุดตัดนั้นๆ (ไม่จำเป็นที่จะต้องตรงจุดพอดี) เนื่องจากสายตาของคนมักจะมองไปในบริเวณส่วนนั้นๆก่อนด้วยเหตุผลที่ยังไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างแท้จริงว่าทำไม ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Golden Section




Golden Section คือพื้นที่ภายในกรอบของสี่เหลี่ยมจตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าของแผ่นฟิล์ม ที่ได้รับการแบ่งสัดส่วนของ 2 ใน 3 ทั้งด้านขนานและด้านดิ่ง เมื่อลากเส้นแบ่งพื้นที่ตามตำแหน่งดังกล่าวจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งและจากบนลงล่าง ก็จะได้จุดซึ่งตัดกันสี่จุดภายในสี่เหลี่ยมนั้นๆ ซึ่งเราเรียกกันว่าจุดตัดเก้าช่อง หรือ sweet spots เป็นตำแหน่งที่ศิลปินทั้งหลาย ไม่ว่าจิตรกรหรือช่างภาพมีความเห็นพ้องกันว่าเป็นตำแหน่งที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้มาก และมักจะใช้เป็นตำแหน่งในการวางองค์ประกอบสำคัญ ณ จุดใดจุดหนึ่งตามความเหมาะสม


Rule of Thirds เป็นกฏหนึ่งของการจัดองค์ประกอบของภาพที่จะทำให้ดูดี สวยงาม โดยการแบ่งเป็นสัดส่วนของเฟรมในอัตรา 1:2 หรือการไม่แบ่งภาพออกเป็นสองส่วนเท่าๆกันทางด้านแนวนอนหรือแนวตั้ง ภาพจะดูสวยงามหากเส้นขอบฟ้าจะไม่อยู่ตรงกลางภาพ แต่อยู่ที่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ในภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านบน หรือด้านล่าง ขึ้นอยู่กับว่าความงามของท้องฟ้าหรือว่าด้านล่างซึ่งเป็นพื้นดิน หรือชายหาด หรือท้องน้ำจะมีความสำคัญกว่า หรือสวยกว่ากัน และในทางตั้งซึ่งจะทำให้ตัวขององค์ประกอบจะอยู่ตรงกลาง อันจะทำให้ภาพดูแข็ง ควรจะให้ความสำคัญที่ด้านใดด้านหนึ่งมากกว่า แต่กฏทั้งหลายก็เป็นเพียงแค่จุดแนะนำเริ่มต้นให้เท่านั้น ทุกคนมีสิทธิ์ในการทำในสิ่งที่ตนเห็นว่าเหมาะว่าควร
จัดองค์ประกอบของภาพ


การถ่ายรูปที่ดีควรให้ความสำคัญการจัดองค์ประกอบของภาพเป็น

อันดับต้นๆ ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ถ่ายภาพคนก็อย่าเน้นเฉพาะ

ตัวคนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสนใจสถาพแวดล้อมด้วย

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เราควรให้ความสนใจกับทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่อยู่ในเฟรมภาพ พึงระลึกไว้เสมอว่า

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเป็น 3 มิติ แต่เมื่อปรากฏ

ในภาพถ่ายจะกลายเป็น 2 มิติ






สนใจฉากหลังสักหน่อย


ส่วนใหญ่แล้วเมื่อคุณจะถ่ายภาพที่มีตัวแบบ เช่น ถ่ายบุคคล

ทุกคนก็จะ ให้ความสำคัญกับตัวแบบเป็นอันดับแรก จนบางครั้งก็

ลืมไปว่าด้านหลัง ของตัวแบบนั้นอาจจะรกรุงรังหรือมีสิ่งอื่นที่เข้า

มากวนในภาพมากเกินไป ทำให้แย่งความสำคัญจากตัวแบบ

โดยเฉพาะกล้องดิจิตอลแบบ คมแพ็คด้วยแล้ว โอกาสที่จะทำให้เกิดชัดตื้น

(หน้าชัดหลังเบลอ) มีน้อย ดังนั้นคุณควรจะคำนึกถึงฉากหลังด้วย

วิธีที่ช่วยหลีกเลี่ยงความผิดพลาดตรงจุดนี้คือ คุณต้อง

มองเลยไป ถึงฉากหลัง เช่น พอเล็งที่ตัวแบบแล้วก็มอง

เลยไปที่ฉากหลังสักหน่อย ถ้ามันดูรกรุงรังก็อาจ

จะเปลี่ยนมุมโดยเบี่ยงตังแบบหรือ

ตัวคนถ่ายภาพ ไปเล็กน้อย ก็อาจแก้ปัญหาได้แล้ว

หรือถ้ากล้องมีความสามารถพอ ให้ถ่ายแบบชัดตื้น

จะได้ไม่ต้องพะวงกับฉากหลังมากนัก

อีกเทคนิคหนึ่งคือ เลือกฉากหลังเรียบๆ ว่ายๆ

เช่น ฉากหลังที่เป็นสีพื้น หน้ากำแพง หรือมี

พุ่มไม้สีเขียวๆ อยู่ไกลๆ จะช่วยลดความยุ่งเหยิง

ของภาพและทำใหตัวแบบเด่นขึ้นมาได้

ความสมดุลของภาพ


ถ้าหากมองให้ทุกสิ่งทุกอย่างในภาพ


ดูมีน้ำหนักภาพของเราควรจะสมดุล


ไม่เอี่ยงไปข้างใดข้างหนึ่งจนเกินไป

เช่นถ้าหากตัวแบบอยู่ชิดทางขวามาก

ก็ควรจะหาจุดอะไรสักอย่างทางซ้าย

เพื่อคานน้ำหนักของตัวแบบให้กลับมา

ความสมดุลของภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุเพียงอย่างเดียว สีสันก็สามารถ

มองเป็นน้ำหนักได้เช่นกันและก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำให้ภาพสมดุล

โดยมีน้ำหนักเท่ากัน 2 ข้าง เพราะในภาพบ้างภาพ การทำให้น้ำหนักเท่า

กันพอดี 2 ข้างก็ทำให้ภาพดูจืดชืดได้เหมือนกัน ดังนั้จะจัดวาง

องค์ประกอบอะไรตรงไหน ให้ยึดว่าน้ำหนักไม่เอี่ยงข้างมากเกินไป

และดูแล้วเหมาะเจาะพอดีเป็นใช้ได้


SUNSET

การถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก

ภาพถ่ายพระอาทิตย์ตกเป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแบบหนึ่ง

เพราะเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกที่โรแมนติก โทนสีของภาพส่วนใหญ่

จะเป็นโทนสีส้มแดง และหากเพิ่งองค์ประกอบของภาพเป็นทะเล ภูเขา

ทุ่งหญ้า แล้วละก็จะช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับภาพมากทีเดียว


อุปกรณ์สำคัญในการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกนอกจากกล้องแล้ว

คือขากล้อง พระความแรงของแสงขณะพระอาทิตย์ใกล้ตกอาจมีน้อย

จนทำให้ความเร็วชัตเตอร์สูงไม่พอ ภาพอาจจะสั่นได้


การถ่ายภาพวัตถุเบื้องหน้าพระอาทิตย์โดยไม่ใช้แฟลช

ก็คือการถ้ายภาพย้อนแสง ถาพที่ได้จะมีลักษณะเป็นเงามืด

เรียกลักษณะนี้ว่า "Silhouette" เป็นภาพที่ทำให้เห็นรูปร่าง

ของวัตถุเป็นเงาดำชัดเจน จึงเหมาะกับตัวแบบที่เป็นเอกลักษณ์

ของรูปทรง สามารถสื่อสารได้ทันทีว่าเป็นอะไร เช่น ต้นไม้ คน เป็นต้น

ภาพเงามดมักต้องการการชดเชยเเสงทางลบ เพื่อทำให้เงาดำนั้นดำสนิทยิ่งขึ้น

ซึ่งจะช่วยตัดกับสีของท้องฟ้าสดใสได้อย่างลงตัวมากขึ้น










เรื่องของแสง


แสงนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการถ่ายภาพ

โดยจะต้องคำนึงถึงในเรื่องปริมาณและทิศทางที่เหมาะสม

ในกรณี่มีแสงไม่เพียงพอเราสามารถใช้เฟลชเข้ามาช่วยได้

แต่มีเงื่อนไขว่าตัวแบบต้องอยู่หากจากกล้องไม่มากนัก

ถ้าอยู่ไกลเกินไปอาจทำให้ตัวแบบมืดเพราะแสงเฟลชไปไม่ถึง



แหล่งกำเนิดเเสงมี 2 ลักษณะแสงจาดธรรมชาติ ละแสงที่มนุษย์สร้างขึ้น

สำหรับแสงจากธรรมชาติมักจะกล่าวถึงแสงจากดวงอาทิตย์ ซึ่งมีความแรง

ของแสงมาก และเป็นแสงที่ถ่ายรูปได้ดีกว่าแสงอื่น ส่วงแสงอีกประเภทหนึ่ง

คือ แสงที่มนุษย์สร้างขึ้น ก็จำพวกแสงไฟต่างๆที่ประดิษฐ์เพื่อชดเชยในกรณี

แสงจากธรรมชาติไม่มี ,มีไม่เพียงพอหรือต้องการจัดแสงในทิศทางที่

ไม่สามารถควบคุมแสงจากธรรมชาติได้ เนื่องจากแสงจากธรรมชาติ

จะควบคุมปริมาณและทิศทางของแสงได้ยาวกว่า

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552


ณ....บันเทิง )))(((( ปากกาวิเศษ --* ความประทับใจ ^^"


คลังบทความของบล็อก